โป๊กเกอร์คือเกมอะไรกันแน่
คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดตั้งแต่ประโยคแรก คิดว่าโป๊กเกอร์คือเกม "ใครได้ไพ่สวยกว่ากัน"
จริงๆ แล้วโป๊กเกอร์คือเกม ชิงกองเงินตรงกลาง (พอต) ต่างหาก และมีสองทางที่จะได้มันไป:
- ทางที่ 1 — ไพ่ดีที่สุด
- เล่นไปจนจบตา แล้วเปิดไพ่เทียบกัน ใครมือใหญ่สุดกินพอต
- ทางที่ 2 — คนอื่นยอมแพ้หมด
- ทุกคนหมอบทิ้งไพ่ก่อนถึงตอนเปิด เราได้พอตไปโดยไม่ต้องโชว์ไพ่ด้วยซ้ำ
ทางที่ 2 นี่แหละที่ทำให้โป๊กเกอร์ไม่ใช่เกมดวง เพราะ คุณชนะได้ทั้งที่ไพ่ห่วยกว่า ถ้าคุณทำให้เขาเชื่อว่าคุณแข็งแรงกว่า และในทางกลับกัน ต่อให้ได้ไพ่สวยแค่ไหน ถ้าเล่นผิดจังหวะก็เสียเงินได้เหมือนกัน
ลำดับไพ่ 10 ระดับ
กดที่แต่ละแถวเพื่อดูไพ่ตัวอย่างจริง — ตัวเลขด้านขวาคือ โอกาสที่คุณจะได้มือนั้นเมื่อเล่นจนครบ 7 ใบ (ไพ่ในมือ 2 ใบ + ไพ่กลาง 5 ใบ แล้วเลือกชุดที่ดีที่สุด 5 ใบ)
1 รอยัลฟลัช Royal Flush 4,324 มือ
10 ถึง A เรียงกัน ดอกเดียวกันทั้งหมด — มือที่ใหญ่ที่สุดในเกม ไม่มีอะไรชนะได้ เล่นทั้งชีวิตอาจไม่เคยเจอสักครั้ง
2 สเตรทฟลัช Straight Flush 37,260 มือ
เรียงกัน 5 ใบ ดอกเดียวกัน แต่ไม่ถึง A — เหมือนรอยัลฟลัชแต่เริ่มที่ตัวเลขต่ำกว่า
3 โฟร์การ์ด Four of a Kind 224,848 มือ
เลขเดียวกันครบทั้ง 4 ดอก — ถ้าได้มือนี้แทบจะชนะแน่นอน
4 ฟูลเฮาส์ Full House 3,473,184 มือ
สามใบเลขเดียวกัน + คู่อีกหนึ่งคู่ — มือแข็งมาก และเจอบ่อยพอที่จะได้ใช้จริง
5 ฟลัช Flush 4,047,644 มือ
ดอกเดียวกัน 5 ใบ ไม่ต้องเรียง — ถ้าชนกันสองคน ใครมีใบสูงสุดกว่าชนะ
6 สเตรท Straight 6,180,020 มือ
เรียงกัน 5 ใบ คนละดอกก็ได้ — A ใช้เป็นใบต่ำสุดได้ด้วย (A-2-3-4-5) แต่ห้ามวนข้าม เช่น K-A-2-3-4 ใช้ไม่ได้
7 ตอง Three of a Kind 6,461,620 มือ
สามใบเลขเดียวกัน — มือที่ดีพอจะสู้ได้ในสถานการณ์ส่วนใหญ่
8 ทูแพร์ Two Pair 31,433,400 มือ
สองคู่ — เจอได้เกือบหนึ่งในสี่ของตาที่เล่นจนจบ ถือว่าธรรมดามาก อย่าเพิ่งดีใจเกินไป
9 วันแพร์ One Pair 58,627,800 มือ
คู่เดียว — มือที่เจอบ่อยที่สุด เกือบครึ่งหนึ่งของทุกตา แปลว่า "มีคู่" ไม่ได้แปลว่าแข็ง
10 ไฮการ์ด High Card 23,294,460 มือ
ไม่เข้าอะไรเลย วัดกันที่ใบสูงสุด — มือที่อ่อนที่สุด แต่ก็ยังชนะได้ถ้าคนอื่นหมอบหมด
เอ๊ะ ตัวเลขมันแปลกๆ นะ
สังเกตไหมว่า ไฮการ์ด (17.4%) เจอน้อยกว่าทูแพร์ (23.5%) ทั้งที่ไฮการ์ดเป็นมือที่อ่อนที่สุด — ไม่ได้พิมพ์ผิดนะ เพราะเมื่อคุณมีไพ่ให้เลือกถึง 7 ใบ โอกาสที่จะไม่เข้าคู่อะไรเลยมันน้อยมาก
แล้วทำไมไฮการ์ดถึงอยู่อันดับสุดท้าย? เพราะ ลำดับความใหญ่ของมือถูกกำหนดจากความหายากตอนใช้ไพ่ 5 ใบ ไม่ใช่ 7 ใบ ส่วนตัวเลขในตารางนี้ตอบคนละคำถาม มันตอบว่า "ถ้าเล่นจนจบตา คุณจะได้มือนี้บ่อยแค่ไหน" ซึ่งเป็นคำถามที่มีประโยชน์กว่าเวลานั่งอยู่ที่โต๊ะจริง
เปอร์เซ็นต์คำนวณจากจำนวนมือที่เป็นไปได้ทั้งหมด 133,784,560 แบบ เมื่อเลือก 7 ใบจากสำรับ 52 ใบ
หนึ่งตาเล่นยังไง
หนึ่งตามี 4 รอบเดิมพัน กดไล่ดูทีละรอบ แล้วสังเกตว่าไพ่กลางค่อยๆ เปิดเพิ่มทีละช่วง
ไพ่กลาง (Community Cards)
ไพ่ในมือคุณ 2 ใบไม่มีใครเห็น ส่วนไพ่กลางทุกคนใช้ร่วมกัน — มือสุดท้ายของคุณคือ ชุดที่ดีที่สุด 5 ใบ ที่เลือกจากไพ่ในมือ 2 ใบรวมกับไพ่กลาง 5 ใบ
ตำแหน่งบนโต๊ะ
เรื่องที่มือใหม่มองข้ามมากที่สุด และมันสำคัญกว่าไพ่ในมือด้วยซ้ำ — คนที่ได้พูดทีหลัง ได้เปรียบเสมอ เพราะเห็นแล้วว่าคนอื่นทำอะไรไปบ้าง กดที่นั่งแต่ละที่เพื่อดูรายละเอียด
เรียงตามลำดับการพูด
ศัพท์ที่ต้องรู้
มีแค่นี้จริงๆ รู้ 6 คำนี้ก็นั่งโต๊ะได้แล้ว
- บลายด์ Blind
- เงินที่สองคนถัดจากปุ่มดีลเลอร์ต้องวางก่อนได้เห็นไพ่ด้วยซ้ำ มีไว้ให้เกมมีอะไรให้ชิงตั้งแต่ต้น ไม่งั้นทุกคนก็นั่งรอไพ่ดีอย่างเดียว
- เช็ค Check
- ไม่เดิมพันเพิ่ม แต่ยังอยู่ในเกม ทำได้เฉพาะตอนที่ยังไม่มีใครเดิมพันในรอบนั้น
- คอล Call
- จ่ายเท่ากับที่คนก่อนหน้าเดิมพัน เพื่ออยู่ในเกมต่อ
- เรส Raise
- เพิ่มเงินเดิมพันให้สูงกว่าเดิม บังคับให้คนอื่นต้องจ่ายตามหรือหมอบ
- โฟลด์ Fold
- ทิ้งไพ่ ออกจากตานี้ เสียเฉพาะเงินที่ใส่ไปแล้ว — คำนี้แหละที่จะช่วยคุณประหยัดเงินได้มากที่สุด
- ออลอิน All-in
- ผลักชิปทั้งหมดที่มีลงไป ไม่มีเหลือ ชนะก็ได้หมด แพ้ก็หมดตัวในตานั้น
ลองวัดความเข้าใจ
5 ข้อ ตอบผิดไม่เป็นไร เฉลยจะบอกเหตุผลให้ด้วย
ขั้นต่อไป
ทีนี้มาถึงส่วนที่ทำให้ชนะจริง
กติกาเป็นแค่ใบเบิกทาง คนที่ชนะระยะยาวไม่ได้ชนะเพราะดวงดี แต่ชนะเพราะ รู้ว่าตอนไหนควรสู้ ตอนไหนควรทิ้ง — และมันวัดเป็นตัวเลขได้
ไปหน้า 2 · คิดเป็นตัวเลข