กลับไปหน้า 1 · พื้นฐาน

โค้ชชิล · หน้า 2 จาก 3

คิดเป็นตัวเลข

หน้านี้คือส่วนที่แยกคนเล่นเพื่อความสนุก ออกจากคนที่ชนะระยะยาว — ไม่ต้องใช้สูตรยากอะไรเลย แค่บวกลบคูณในหัวได้ก็พอ

ทำไมโป๊กเกอร์ไม่ใช่เกมดวง

ลองนึกถึงการทอยลูกเต๋า ถ้ามีคนชวนคุณพนันว่า "ทอยได้เลข 6 ฉันให้ 100 บาท ทอยไม่ได้คุณจ่ายฉัน 10 บาท"

คุณจะแพ้ 5 ครั้งจาก 6 ครั้ง — แพ้บ่อยกว่าชนะเยอะมาก แต่คุณควรเล่นดีลนี้ทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะทอยครบ 6 ครั้ง คุณเสียไป 50 บาท แต่ได้กลับมา 100 บาท

โป๊กเกอร์ทำงานแบบเดียวกันเป๊ะ — คุณจะแพ้บางตาแน่นอน นั่นไม่ได้แปลว่าคุณตัดสินใจผิด สิ่งที่ต้องวัดคือ "ราคาที่จ่าย" เทียบกับ "โอกาสที่ได้" ไม่ใช่ผลลัพธ์ของตานั้น และหน้านี้จะสอนวิธีวัดมัน

Outs คืออะไร

Outs = จำนวนไพ่ที่เหลืออยู่ในสำรับ ที่จะทำให้มือเราชนะ — แค่นั้นเลย นับให้ถูกก็จบไปครึ่งเกมแล้ว กดดูสถานการณ์ที่เจอบ่อย แล้วตัวเลขจะไปตั้งให้ในเครื่องคิดเลขข้างล่าง

เคล็ดลับ: อย่านับไพ่ที่ทำให้เราได้มือ แต่ยังแพ้เขาอยู่ดี เช่น เราลุ้นคู่ 5 แต่บนกระดานมี K กับ A อยู่แล้ว ต่อให้ติดคู่ 5 ก็ยังแพ้ — ไพ่พวกนั้นไม่ใช่ outs จริง การนับ outs เกินจริงคือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้มือใหม่จ่ายแพงเกินไป

กฎคูณ 2 คูณ 4

วิธีแปลง outs เป็นเปอร์เซ็นต์ในหัวภายใน 2 วินาที — เหลือเปิด 2 ใบ คูณ 4 · เหลือเปิด 1 ใบ คูณ 2

จำนวน Outs

9 ใบที่ช่วยเราได้

อยู่ตรงไหนของเกม

กฎลัด คิดในหัว

ค่าจริง คำนวณเต็ม

Pot Odds — คุ้มไหมที่จะจ่าย

รู้โอกาสชนะแล้วยังไม่พอ ต้องรู้ด้วยว่า ราคาที่เขาตั้งมาให้จ่าย มันแพงไปหรือเปล่า

เราจ่าย

ต้องชนะอย่างน้อย

ถึงจะคุ้มค่าที่จ่ายไป

เอามารวมกัน — สู้ หรือ หมอบ

นี่คือทั้งหมดที่โป๊กเกอร์ต้องการจากคุณ: เทียบสองตัวเลข ถ้าโอกาสชนะจริงมากกว่าเปอร์เซ็นต์ขั้นต่ำที่ต้องมี ก็สู้ ถ้าน้อยกว่า ก็ทิ้ง — ตัวเลขข้างล่างดึงมาจากสองหัวข้อบน ลองเลื่อนขึ้นไปปรับดูแล้วกลับมาดูผล

โอกาสชนะจริง
ขั้นต่ำที่ต้องมี

ข้อควรรู้: การเทียบแบบนี้ดูเฉพาะเงินที่อยู่ในพอตตอนนี้เท่านั้น ในเกมจริงยังมีเรื่อง "ถ้าติดแล้วเขาจะจ่ายเราเพิ่มอีกเท่าไหร่" (implied odds) ซึ่งทำให้บางครั้งสู้ได้ทั้งที่ตัวเลขตรงนี้บอกว่าขาดไปนิดหน่อย — แต่สำหรับมือใหม่ ให้ยึดตัวเลขนี้ก่อน แล้วค่อยเรียนส่วนขยายทีหลัง

ไพ่เริ่มต้นใบไหนควรเล่น

ไพ่ 2 ใบแรกมี 169 แบบที่ต่างกันจริงๆ ตารางนี้บอกว่าแบบไหนควรเล่น — s = ดอกเดียวกัน · o = คนละดอก · แนวทแยงคือไพ่คู่

เล่นได้ทุกตำแหน่ง เล่นได้เกือบทุกตำแหน่ง เล่นเมื่ออยู่ตำแหน่งดี ทิ้งไปเถอะ

อ่านตารางยังไง: ครึ่งบนขวาคือไพ่ดอกเดียวกัน ครึ่งล่างซ้ายคือคนละดอก สังเกตว่าไพ่ดอกเดียวกันจะเขียวกว่าคู่เดียวกันแบบคนละดอกเสมอ เพราะมีลุ้นฟลัชเพิ่มเข้ามา

ตารางนี้เป็นแนวทางสำหรับมือใหม่บนโต๊ะ 6 คนขึ้นไป ไม่ใช่ตาราง GTO และไม่ใช่กฎตายตัว — พอเล่นเป็นแล้วคุณจะปรับตามคนที่นั่งอยู่ด้วย

บริหารเงินทุน

คนเก่งที่หมดตัวมีเยอะกว่าคนห่วยที่หมดตัว — เพราะเก่งแค่ไหนก็แพ้ติดกันได้ กฎพวกนี้มีไว้ให้คุณ อยู่รอดจนถึงวันที่ฝีมือได้ทำงาน

เล่นด้วยเงินที่เสียได้เท่านั้น

ถ้าเงินก้อนนี้หายแล้วกระทบชีวิต แปลว่าคุณเอามาเล่นมากเกินไป — และความกดดันนั้นจะทำให้คุณตัดสินใจแย่ลงด้วย

เตรียมทุนอย่างน้อย 20–30 เท่าของยอดซื้อเข้าโต๊ะ

ถ้าโต๊ะซื้อเข้า 1,000 บาท คุณควรมีทุนรวมอย่างน้อย 20,000–30,000 บาท ไม่ใช่ 2,000 — เพราะการแพ้ติดกัน 5–10 ครั้งเป็นเรื่องปกติมาก ไม่ใช่ความผิดปกติ

ห้ามขยับขึ้นระดับเพราะเพิ่งชนะ

ชนะติดกัน 3 ตาไม่ได้แปลว่าคุณเก่งขึ้น มันแค่แปลว่าตัวเลขเข้าข้างคุณช่วงสั้นๆ ขยับระดับเมื่อทุนถึงเกณฑ์เท่านั้น

ลุกจากโต๊ะเมื่อเริ่มโมโห

อาการนี้เรียกว่า tilt — เล่นเพื่อเอาคืน ไม่ใช่เล่นเพราะตัวเลขบอกให้เล่น เป็นสาเหตุที่คนเสียเงินมากที่สุด มากกว่าการเล่นไพ่ผิดเสียอีก

วัดผลเป็นเดือน ไม่ใช่เป็นตา

ตาเดียวบอกอะไรไม่ได้เลย แม้แต่คืนเดียวก็ยังบอกไม่ได้ ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองเล่นดีขึ้นจริงไหม ต้องดูยาวๆ

ลองคิดเลขดู

5 ข้อ เน้นคำนวณ ลองคิดในหัวก่อนกดดูเฉลย

ขั้นต่อไป

ทีนี้ลองจับไพ่จริงดู

ตัวเลขทั้งหมดในหน้านี้เป็นเรื่องของ "ถ้าเจอสถานการณ์นี้" แต่คำถามที่ค้างอยู่คือ สถานการณ์แต่ละแบบเจอบ่อยแค่ไหน — หน้าถัดไปแจกไพ่ให้คุณจริง แล้วไล่นับ Flop ครบทั้ง 19,600 แบบให้ดู

ไปหน้า 3 · ลองจับไพ่จริง